Welcome to

Thai Massage

สมาธิกับการนวดไทย

 

คุณค่าของสมาธิ

มนุษย์ประกอบด้วยส่วนที่เป็นร่างกาย และจิตใจ ทั้ง 2 ส่วนนี้ไม่แยกจากกัน โดยเด็ดขาด แต่มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน โดยจิตใจสามารถ ทำให้ส่วนรูปกายวิปริตแปรปรวน จนเกิดพยาธิสภาพขึ้นได้ เป็นต้นว่า ถ้าจิตใจว้าวุ่น เป็นกังวล ระบบของร่างกายที่มีจุดอ่อน ก็จะเริ่มผิดปกติ เช่น ความกังวล ทำให้ระบบย่อยอาหารแปรปรวน ท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อยตามปกติ เสียด แสบในท้อง จนผลในที่สุด ก็เกิดแผลในกระเพาะอาหาร เลือดออก หรือกระเพาะทะลุได้ บางคนจุดอ่อนอยู่ที่ระบบหายใจ ก็จะเกิดอาการหอบหืด หายใจไม่ออก เป็นต้น ถ้าไม่เข้าใจถึงสาเหตุว่า จิตใจก็คือตัวสำคัญ ของการแปรปรวน เราก็ตามรักษาอยู่แต่ปลายเหตุ และไม่สัมฤทธิผล การจะดูแลจิตใจให้สงบ เป็นปกติต่อเนื่องกัน โดยสม่ำเสมอ วิธีหนึ่งก็คือ การทำสมาธิ

สมาธิ หมายถึง การมีจิตกำหนดแน่วแน่ อยู่ในอารมณ์อันเดียว คือ มีจิตตั้งมั่นจดจ่อ ไม่ซัดส่ายฟุ้งซ่าน เมื่อใจรวมเป็นสมาธิ ความซัดส่ายปลิวไป กับสิ่งกระทบย่อมหมดไป ใจเป็นอิสระจากนิวรณ์ หรือสิ่งที่กั้นขวางจิตใจ ไม่ให้บรรลุความดี

เมื่อสุขภาพใจเป็นปกติ มีสมาธิหล่อเลี้ยง สุขภาพก็พลอยคลี่คลายตามไปด้วย ขณะใจสงบเป็นสมาธิ ร่างกายสามารถพักได้มากกว่าหลับ ประหยัดพลังงานในการกรองธาตุ เพื่อทรงความมีชีวิตได้ เพราะขณะหลับ ร่างกายต้องหายใจผ่านปอด แต่ขณะใจเป็นอัปปนาสมาธิ ร่างกายไม่หายใจ และอยู่ได้จากอากาศ ที่ถ่ายเทผ่านผิวหนัง

สภาวะเช่นนี้ เอื้อโอกาสต่อการซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และฟื้นตัวจากความเจ็บป่วยไข้ เกิดเป็นนิยามของ "ธรรมโอสถ" จากหนังสือที่เล่าถึงพระธุดงค์กรรมฐาน แถบอีสานที่เจ็บไข้ได้ป่วย ขณะธุดงค์อยู่ในป่า และขาดแคลนยา ท่านจะใช้วิธีทำสมาธิ ให้ใจลงรวม และเมื่อใจถอนจากสมาธิ โรคที่กำลังเป็นอยู่ก็หายไป เช่น เรื่องของหลวงปู่ฝั้น ที่เป็นไข้จับสั่น และเมื่อท่านหายจากโรคในครั้งนั้นแล้ว ท่านไม่เป็นไข้จับสั่นอีกเลย แม้หมู่พวกที่ไปด้วยกัน จะเป็นหนักหนาสาหัสแค่ไหนก็ตาม

ในสภาวะทั่วไป แม้นนักกีฬา ก็ทำให้อัตราของหัวใจช้าได้เพียง 50-60 ครั้ง/นาที แต่ขณะที่ใจ ลงรวมเป็นสมาธิ อัตราการเต้นของหัวใจอาจช้าได้ถึง 30 ครั้ง/นาที ทำให้การสึกหรอ ของร่างกายลดน้อยลง โอกาสที่อายุจะยืนยาว มากกว่าปกติก็เพิ่มขึ้น ความเสื่อมของรูปกาย หรือที่เราเรียกว่าความแก่ ก็จะปรากฎช้าลง ทำให้สุขภาพกายดีตามสุขภาพใจไปด้วย

 ประโยชน์ของการฝึกสมาธิ

  • การพัก การสงบใจ เพื่อให้เกิดพลัง เมื่อใจสงบเป็นสมาธิ ใจก็จะเย็นจะสบายขึ้น ใจของเรา หากปล่อยให้ให้ไหลไปกับอารมณ์ ไปในอดีต ไปในอนาคต โดยไม่มีเป้าหมายนั้น เมื่อเวลามีปัญหาอะไรขึ้น เราต้องการคิดให้เป็นเหตุเป็นผล มันก็จะไม่มีแรงจะคิดแล้ว แต่ถ้าเราทำสมาธิให้ใจได้พักอย่างนี้ เมื่อมีปัญหา หรือมีงานที่ต้องการจะทำ พร้อมที่จะทำงานได้ ด้วยประสิทธิภาพที่สูง

  • มีสติสัมปชัญญะ เมื่อเรามีกำลังแล้ว เราฝึกสติ ฝึกสัมปชัญญะอยู่ตลอดเวลา 2 สิ่งนี้จะคมขึ้น จะอยู่กับจิตของเรามากขึ้น เมื่อสติคมขึ้น อะไรจะเกิดขึ้น เราจะมองเข้าข้างในก่อน สำรวจดูว่า มีอะไรที่เราจะแก้ไขตัวเองได้ ที่เราจะทำให้ปัญหา ที่เป็นข้อขัดข้อง คลี่คลายออกไป หรือมีทางออก ที่ละมุนละไมดีที่สุด สำหรับสภาวะนั้นๆ

  • ปัญญา ปัญญาจะค่อยๆ เพิ่มขึ้น และแนะสอนใจให้เราค่อยๆ แลเห็นว่า อะไรคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ กันแน่ และเริ่มต้นอยู่ได้ ด้วยความพอใจ ในความมี ความเป็นของเรา เมื่อเราเอาปัญญา แนะสอนตัวของเรา บ่อยครั้งเข้า ความหวั่นไหว ความสับสน ความไม่แน่ใจก็จะค่อยๆ คลายลงไป เราจะมีหลักของเรา เราเริ่มมองเห็นว่า บางครั้งใจของเราไม่ได้ต้องการอย่างนั้นจริงๆ แต่มันเกิดจากความอยาก ความโลภ ซึ่งเป็นของเกินพอ เกินความจำเป็น

  • เพื่อแก้ไขขัดเกลาสันดานของตน ให้เป็นคนประณีตขึ้น เป็นคนจิตใจสะอาด ผ่องใสขึ้น เมื่อเรากำหนดสติเพ่งมองเข้าไปในใจของเรา เราแลเห็นว่าเรามีข้อบกพร่อง

 

By

www.samunpri.com